Posted on

ตร.พัทยา รวบแก๊งพนันไฮโลกว่า 30 คน

ตร.พัทยา รวบแก๊งพนันไฮโลกว่า 30 คน พร้อมของกลาง กล้องวงจรปิด 2 ตัว อุปกรณ์เล่นไฮโล 1 ชุด

เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับการรายงานว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนเล่นการพนันไฮโล บริเวณกลางป่าละเมาะ ภายในซอยพระตำหนักซอย 4 ตรงข้ามโรงแรม เอเชีย หลังรับแจ้งจึงได้วางแผนจัดกำลังเข้าจับกุม ภายในป่าละเมาะถูกสร้างดัดแปลงคล้ายเพลิงกันฝน มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้บริเวณทางเข้าเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้การตัดสายกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ จากการเข้าตรวจสอบพบนักพนันกว่า 40 คน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และสามารถจับกุมตัวนักพนันได้จำนวน 28 ราย แยกเป็นชาย 23 ราย และหญิง 5 ราย พร้อมยึดของกลางกล้องวงจรปิด 2 ตัว อุปกรณ์การเล่นไฮโล 1 ชุด พัดลม 1 ตัว นาฬิกาปลุก 1 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน และนำตัวนักพนันทั้งหมดมาสอบสวนยัง สภ.เมืองพัทยา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าบ่อนดังกล่าวมี นายชลินทร์ กันหอม อายุ 38 ปี ให้การรับเป็นเจ้ามือ ภายหลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยืดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ. นันทวุฒิ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบทราบมานานแล้วว่าที่บริเวณดังกล่าวมีการลักลอบเปิดบ่อนเล่นการพนันกันอย่างโจ่งแจ้ง จึงได้ทำการตรวจสอบจนแน่ชัดว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันจริงและยังมีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดไว้คอยดูความเคลื่อนไหวและยังมีคนคอยดูต้นทางให้ จึงได้วางแผนอย่างรัดกุมในการเข้าจับกุมในครั้งนี้

Posted on

การพนัน มีทางแก้เดียวคือ ทำการพนันให้ถูกกฎหมาย

มีทางแก้

       ‘การพนัน’ เป็นปัญหาคลาสสิคในประเทศไทยที่ยืดเยื้อเรื้อรังมานาน พอๆ กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ยาเสพติด สุรา และซ่อง

       ในสายตาของคนไทยจำนวนไม่น้อย การพนันที่แทรกไปทุกอณูของสังคมไทย เป็นปัญหามาจาก ‘เจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่’ ไม่กวดขันจับกุมบ่อนพนัน โต๊ะพนัน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนและคอร์รัปชัน

       แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียดลึกซึ้งกว่านั้น และนำหลักรัฐศาสตร์สมัยใหม่มาจับ จะพบว่ากำลังของ “เจ้าหน้าที่” ไม่มีวันที่จะปฏิบัติงานได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในทุกเวลา เพราะนักพนันมีความต้องการจะพนันอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เจ้าหน้าที่กวดขันแค่ไหนก็สามารถหาวิธีเล่นพนันได้เสมอ

       ถ้าอยากแก้ปัญหาเรื่องการพนันอย่างได้ผล ประเทศไทยย่อมต้องใช้ “กระบวนการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่ดีกว่าการไล่จับไล่ปิดแบบในปัจจุบัน

       ปัจจุบัน นานาประเทศต่างยอมรับว่าการพนันเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยการจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกลับวิธีคิดเสียใหม่ให้การพนันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย นำธุรกิจที่เคยดำมืดอยู่ใต้ดิน และถูกบริหารจัดการด้วยระบอบอิทธิพลมืด ขึ้นมาอยู่บนดินให้โปร่งใสและบริหารจัดการอย่างถูกต้องตามหลักธุรกิจ

       การนำการพนันทุกชนิดมาอยู่บนดินอย่างถูกกฎหมาย มีคุณประโยชน์ที่สำคัญอย่างน้อยๆ 3 ประการ ดังนี้

       ข้อมูลการพนันที่เคยปิดลับ สะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง เปลี่ยนมาจับต้องและบริหารจัดการได้ กำกับดูแล (regulate) ได้ เช่น ควบคุมอายุผู้เล่นพนันผ่านการขอใบอนุญาต หรือ ตรวจสอบจำนวนเงินพนันด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกันการเสียพนันจนหมดเนื้อหมดตัวได้
       ระบบเศรษฐกิจใต้ดินถูกนำขึ้นมาบนดิน รัฐสามารถนำเงินค่าธรรมเนียมหรือส่วนแบ่งรายได้มาพัฒนาประเทศได้ ไม่ต่างอะไรจากภาษีสรรพสามิต หรือ เงินรายได้จากกองสลาก-สนามม้า-สนามมวย ในปัจจุบัน
       ลดปัญหาอาชญากรรม หนี้นอกระบบ ส่วยบ่อนพนัน ฯลฯ โดยสร้างแรงจูงใจให้นักพนันเข้ามาเล่นพนันในสถานบริการหรือระบบการพนันของรัฐ (หรือรัฐให้สัมปทาน-ใบอนุญาต) ที่ถูกกฎหมาย ไม่มีการโกง โปร่งใส เป็นระเบียบ
       ผู้ที่ต่อต้านการพนันแบบถูกกฎหมาย (จะด้วยเหตุผลว่า “เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ” หรือไม่ก็ตาม) ควรพึงระลึกไว้ว่า ปัจจุบันต่อให้การพนันเกือบทุกประเภทไม่ถูกกฎหมาย ถ้าคนอยากจะเล่นพนัน ก็หาวิธีเล่นได้อยู่ดี และนำมาซึ่งปัญหามากมายต่อสังคม

       สู้นำระบบการพนันมาไว้บนดิน บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ส่งเงินเข้ารัฐสร้างรายได้ คุ้มครองนักพนันให้เล่นการพนันอย่างมีลิมิต-ป้องกันการฉ้อโกง ทั้งหมดนี้ย่อมจะเป็นผลดีต่อประเทศไทยในระยะยาวมากกว่า

       แนวคิดการทำการพนันให้ถูกกฎหมาย ถูกพูดซ้ำมาหลายครั้งในสังคมไทย แต่ถูก “พลังถ่วง” หลายอย่างสกัดกั้นจนไม่มีเกิดได้สักที (ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “หวยออนไลน์” ในสมัยรัฐบาลทักษิณที่ถูกล้มไปด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ)

       ได้เวลากลับมาเริ่มต้นอีกครั้งกันหรือยัง?