Posted on

“เคฮิลล์” โขกเบิ้ล! “ออสเตรเลีย” ต่อเวลาเฉือน “ซีเรีย” 10 คน 2-1 ลิ่วเพลย์ออฟชิงตั๋วบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบเพลย์ออฟ นัดที่สอง ออสเตรเลีย เปิดสนามเอเอ็นซี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ซีเรีย นัดแรกที่พบกันเสมอ 1-1 ทำให้เกมนี้ ออสเตรเลีย ได้เปรียบเล็กน้อยกับอะเวย์โกล

เริ่มเกมมาได้ 6 นาที ซีเรียช็อกเจ้าถิ่นด้วยการขึ้นนำก่อน 1-0 จากการยิงด้วยซ้ายในเขตโทษของหัวหอกตัวเก่ง โอมาร์ อัล โซมาห์

แต่ถัดมาแค่ 7 นาที ขุนพลแดนจิงโจ้ตีเสมอได้สำเร็จ แมทธิว เล็กกี้ เปิดจากกราบขวา ทิม เคฮิลล์ ได้โหม่งตุงตาข่าย สกอร์เป็น 1-1

ช่วงเวลาที่เหลือเป็นออสเตรเลียครองเกมได้มากกว่า ส่วนซีเรียรอสวนกลับเป็นระยะ แต่ก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้

จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลังยังเป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาสจบสกอร์มากกว่า แต่เกมรับซีเรียก็ยังเหนียว ทำให้ครบ 90 นาที เสมอกัน 1-1 รวมสองนัดเสมอ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษนาที 94 ซีเรียเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน มาห์มูด อัล มาวาส โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป

นาที 109 ออสเตรเลียมาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 ร็อบบี้ ครูส เปิดโรยๆเข้าเขตโทษ เคฮิลล์ ได้เทกตัวโหม่งเล่นทางเข้าประตูไป

หมดเวลาการแข่งขัน ออสเตรเลีย ชนะ ซีเรีย 2-1 สกอร์รวมชนะ 3-2 ทำให้ออสเตรเลียได้ผ่านเข้าไปชิงตั๋วรอบสุดท้ายกับทีมอันดับ 4 โซนคอนคาเคฟต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

Posted on

เผยภาพในห้องพักบราซิล หลังต้องเล่นในสนามที่ประเทศโบลิเวีย

เกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ เมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมา ทีมชาติบราซิล ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ทำได้เพียงบุกไปเสมอ โบลิเวีย 0-0

แต่สิ่งที่ฮือฮาคือ ภาพที่หลุดออกมาจากห้องพักนักกีฬาของทีมชาติบราซิล ที่มีทั้งเครื่องช่วยหายใจเต็มไปหมด

ทั้งนี้ เหตุผลและที่มาของภาพดังกล่าว ที่ประกอบไปด้วย อลิสสัน , อเล็กซ์ ซานโดร,เจา มิรันด้า , เปาลินโญ่, กาเบรียล เฆซุส, เนย์มาร์, ดาเนียล อัลเวส ที่เกิดขึ้นในสนาม “เอสตาดิโอ เอร์นานโด ซีเลส” ณ กรุง ลาปาซ นครหลวงของประเทศโบลิเวีย นั่นเป็นเพราะว่า สนามแห่งนี้ ตั้งอยู่บนที่ราบสูงโบลิเวีย ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3,577 เมตร

ซึ่งด้วยสภาพอากาศที่เบาบางเช่นนี้ ทำให้ระหว่างพักครึ่งเวลา และจบการแข่งขัน นักเตะทีมชาติบราซิล จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจทุกคน เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย

สุดท้ายแม้จะทำได้แค่เสมอกับเจ้าถิ่นผลบอล 0-0 แต่ก็ไม่มีผลอะไร เนื่องจากทีมชาติบราซิลผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย ตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

Posted on

ครบเครื่อง ! แอนเดอร์ตัน อวย เคน มีความสำคัญเทียบเท่า โด้-เมสซี

ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน อดีตปีกตัวพริ้วของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส ออกมากล่าวแสดงความชื่นชมต่อ แฮร์รี เคน ยกใหญ่ พร้อมชูมีความสำคัญเทียบเท่า ลีโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด้ เลยทีเดียว

“ผมคิดว่า แฮร์รี เคน เป็นนักฟุตบอลที่มีความสำคัญสำหรับวงการเทียบเท่า ลีโอเนล เมสซี ของ บาร์เซโลนา หรือ คริสเตียโน โรนัลโด้ จาก เรอัล มาดริด ได้เลยนะ” ปีกกระดูกยุง กล่าว

“และสิ่งที่ทำให้เป็นแบบนั้นได้ก็คือ เคน มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกับแข้งตำนานสองคนนั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่ง อีกทั้งยังทำได้ทุกอย่างในสนามด้วย”

“เด็กคนนี้ทำประตูได้จากลูกโหม่ง เข้าฮอร์ส ยิงด้วยเท้ายซ้าย-เท้าขวา ทำงานหนักเพื่อทีมทุกจังหวะ แถมยังมีทักษะการเลือกไลน์วิ่งสอดขึ้นตามช่องได้อย่างชาญฉลาด”

“ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกาย ไม่มีกองหลังคนไหนเอา เคน ลงได้เลย ฉะนั้นหากคุณเป็นนักฟุตบอลแล้วมีคนแบบนี้อยู่ในทีม มันเป็นเหมือนฝันเลยนะที่จะได้เล่นด้วยกัน รวมถึงผู้จัดการทีมเองก็คงดีใจมากแน่”

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

Posted on

ข้ามันรุ่นใหญ่! “โรมาริโอ” ชูตัวเองเจ๋งกว่า “เจ็ทโด้-เมสซี่” เรื่องทะลวงตาข่าย

โรมาริโอ อดีตสไตรเกอร์ผู้เป็นฮีโร่ของทีมชาติบราซิล ได้ออกมากล่าวชื่นชม คริสเตียโน่ โรนัลโด กับ ลีโอเนล เมสซี่ ว่าเก่งจริง แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นตนได้แน่นอน

“ไม่อยากจะคุยเท่าไหร่นะ แต่ถ้าวัดกันที่เรื่องการยิงประตู ทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่ ก็ยังห่างชั้นกับผมมากนัก มากกว่า 2-3 เท่าเลยด้วย” โรมาริโอ กล่าว

“อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าถ้าเป็นเรื่องความโด่งดัง เรื่องภาพลักษณ์ คาแร็คเตอร์ พวกเขาดีกว่าผมเช่นกัน”

“ในวันนี้ทั้งคู่เป็นสองสุดยอดนักเตะที่เก่งสุดของโลก อ่ะ ผมขอบวก เนย์มาร์ ให้อีกคน เพราะพวกเขาประสบความสำเร็จมาแล้วมากมายโดยมีรางวัลโน่นนั่นนี่การันตี”

“แต่ก็นะ ถึงพวกเขาจะได้บัลลงดอร์เยอะกว่าผม แต่ก็ยังคนละชั้นอยู่ดี คุณลองคิดดูสิว่าพวกเขาจะยิงได้ถึง 1,000 ลูกไหมก่อนแขวนสตั๊ดน่ะ? อายุอานามก็ 30 กันแล้ว บอกเลยว่ายากมาก”

โรมาริโอ ปิดฉากเส้นทางค้าแข้งของตัวเองไปเมื่อหลายปีก่อน พร้อมสถิติยิงได้ 1,003 ลูกในทุกรายการ (รวมเกมอุ่นเครื่องและไม่เป็นทางการอื่นๆด้วย) ขณะที่ เมสซี่ ตอนนี้ยิงไปแล้ว 606 ลูก และโรนัลโด้ 612 ประตู

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com