Posted on

ขุนค้อน โผล่อีกราย หมายตาดึง อิงส์ ช่วยยิงคู่แข่งหนาวนี้

หลังจากที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า แดนนี อิงส์ กองหน้าวัยรุ่นผู้อาภัพจะต้องย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ในเดือนมกราคมนี้แน่ เพราะไม่สามารถหาโอกาสลงเล่นได้เป็นชิ้นเป็นอันเลยนับตั้งแต่หายเจ็บยาวกลับมา

แต่ถึงกระนั้น ความสามารถที่ อิงส์ มีอยู่นั้นก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ธรรมดา ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าตัวถึงได้มีหลาย ๆ ทีมอยากได้ไปอยู่ด้วย แม้จะร้างสนามมามากกว่า 1 ปีแล้วก็ตาม

ล่าสุด “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เพิ่งได้สุดยอดผู้จัดการทีมระดับอัจริยะอย่าง เดวิด มอยส์ มาเป็นแม่ทัพนั้นก็พร้อมจะจีบเอา อิงส์ ไปอยู่ด้วย โดยเสนอเป็นสัญญายืมตัว 6 เดือน พร้อมออพชั่นซื้อขาด

ซึ่งนั่นก็ทำให้เหล่าทีมคู่แข่งที่กำลังขายขนมจีบแข่งกันอยู่อย่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กับ เอเอฟซี บอร์นมัธ ต้องถึงกับตาขวาง เพราะหากมัวยึก ๆ ยัก ๆ อยู่ อาจจะต้องเสียผู้เล่นที่หมายตาไว้ให้กับทีมอื่นก็เป็นได้

Posted on

เรือใบสีฟ้า โดดจอยสอย เอมเร ชาน จากอุ้งปีก หงส์แดง

เห็นคอลูกหนังล้อเลียนกันสนุกสนานตามโลกโซเชียลเรื่องของฟอร์มและลีลาการเล่นแบบนี้ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้ว เอมเร ชาน นั้นถือว่าเป็นหนึ่งนักเตะเนื้อหอมสุด ๆ ในทุกรอบของตลาดซื้อ-ขายเช่นกัน

โดยล่าสุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้ ก็แสดงความสนใจจะได้ตัวยอดกองกลางพรสวรรค์สูงคนนี้ไปเสริมความแกร่งในถิ่น เอติฮัด อย่างจริงจังแล้ว

เดลี สตาร์ สื่อลูกหนังชื่อดังของประเทศอังกฤษ รายงานอย่างจริงจังเกี่ยวกับข่าวนี้ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา นั้นกำลังรอโอกาสเหมาะ ๆ ซึ่งหาก เมสซีชาน เลือกที่จะไม่ต่อสัญญาใหม่กับ ลิเวอร์พูล ออกไป ก็พร้อมที่จะยื่นบัตรจีบ เสนอตัวเป็นผู้ดูแลคนต่อไปในฤดูกาลหน้าทันที

ซึ่งนั่นก็ทำให้ เจ้าม้าลาย ยูเวนตุส ต้องรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาทันที เพราะก่อนหน้านี้ประธานคนเก่งออกมาบอกว่าจะไม่รีบซื้อ ชาน ไปร่วมทัพในเดือนมกราคมนี้ แต่พอมีคู่แข่งรายบิ๊กเบิ้มอย่าง ซิตี้ โผล่ออกมาปุ๊บ พวกเขาอาจจะต้องยอมเปลี่ยนแผนอย่างเร่งด่วนเลยก็เป็นได้

Posted on

โมเรโน ลั่น ตอนนี้กลับมาท็อปฟอร์มแล้ว

อัลแบร์โต โมเรโน แบ็คซ้ายของ ลิเวอร์พูล รู้สึกว่าตัวเองกลับมาอยู่ในช่วงเวลาที่เยี่ยมยอดอีกครั้งด้วยการกลับมายึดตำแหน่งในทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์

โดยในฤดูกาลก่อน โมเรโน ต้องกระเด็นไปเพียงแค่ตัวสำรองหลังทำผิดพลาดในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขาก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องแล้ว

“ผมทำงานและทำงานหนักมากๆ ในปีที่ยอดแย่ที่สุดแล้วเมื่อฤดูกาลก่อน และท้ายที่สุดก็สามารถเรียกความมั่นใจจาก เยอร์เกน คล็อปป์ กลับมาจนได้” โมเรโน กล่าว

“มันเป็นรางวัลของการพยายามอย่างหนักเพราะปีก่อนทุกอย่างมันก็เลวร้ายมากๆ มันมีเสียงในหัวผมดังตลอดว่า ‘อัลเบอร์โต ไม่ว่าแกจะทำอะไรก็ตาม รู้ไว้ซะว่ามันห่วย'”

“ผมคิดว่าตัวเองซ้อมได้ดีแต่กลับไม่ได้ลงสนาม อย่างไรก็ตามผมก็ไม่เคยคิดออกจาก ลิเวอร์พูล เลยแม้จะมีข้อเสนอเข้ามามากมายก็ตาม”

Posted on

ตำนานหงส์ ยอมรับ ราฮีม เก่งขึ้นหลังย้ายไปอยู่กับ ซิตี้

สตีฟ นิโคล อดีตตำนานหงส์ กล่าวว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ทิ้ง ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะฝีเท้าของเขาพัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจน

“ถามว่าเจ้าหนูราฮีม มันพัฒนาฝีเท้าไหม หลังไปอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ขอตอบว่าใช่ เพราะตอนย้ายจาก ลิเวอร์พูล เขายังเด็กมาก ผมจำไม่ได้แล้วว่าอายุเท่าไหร่” นิโคล กล่าว

“ปัญหาเดียวที่ผมมีกับ ราฮีม สเตอร์ลิง ก็คือ ตอนที่เขาตัดสินใจทิ้งทีมของเราไป มันไม่มีปัจจัยอะไรเลยที่ต้องออกมาทำเรื่องแบบนั้น ซึ่งวิธีการที่เขาเร่งเร้าสโมสรเพื่อให้ได้ย้ายนั้นเป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเลย”

“แต่ก็เข้าใจได้ว่านักฟุตบอลทุกคนต้องการไปอยู่ในที่ที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นแชมป์ได้ หรือมีเงินเปย์ให้เยอะกว่า ซึ่งทั้งหมดนั้น แมนฯ ซิตี้ มีให้พร้อมสรรพ”

“มาจนถึงตอนนี้ ก็ขอยอมรับล่ะนะว่าเด็กคนนี้มีพัฒนาการที่สูงขึ้นจริง จนผมอดคิดไม่ได้ว่า เออ มันเลือกทางถูกแล้วล่ะนะ แม้จะมีหลาย ๆ ครั้งที่เล่นได้น่าผิดหวังอยู่ก็ตาม”

Posted on

มิลเนอร์ ชี้ เล่นแบ็คซ้าย ไม่ได้มีความสนุกเอาซะเลย

เจมส์ มิลเนอร์ รองกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ดักเอาไว้ก่อนเลยว่า ตนไม่ได้มีความคิดอยากจะเล่นแบ็คซ้ายเลยแม้แต่น้อย เพราะมันไม่ได้สนุกอย่างที่ใครหลายคนคิด แม้เขาจะทำผลงานได้ดีกับตำแหน่งนี้เมื่อซีซั่นก่อนก็ตาม

โดยตอนนี้ มีคอลูกหนังรวมถึงกูรูส่วนหนึ่งพยายามวิเคราะห์ว่า ทำไม เจอร์เกน คล็อปป์ ถึงไม่ยอมส่ง มิลเนอร์ ลงเล่นเป็นแบ็คซ้ายแทนที่ อัลแบร์โต โมเรโน เหมือนในซีซั่นก่อน แถมยังจับดองอยู่ข้างสนามเสียเป็นส่วนใหญ่ด้วย ซึ่ง มิลเนอร์ ก็ไม่รอช้า รีบออกมาพูดดักก่อนเหมือนรู้ทัน

“ซีซั่นก่อน ผมถูก คล็อปป์ ถามว่า พอจะทำงานนี้ให้หน่อยได้ไหม” แข้งคนขยัน กล่าว

“บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นผมไม่ได้สนุกกับการเล่นเป็นแบ็คซ้ายเลยนะ ผมชอบยืนอยู่กลางสนามเพื่อช่วยทีมรอบด้านมากกว่า แต่การทำงานเพื่อทีมต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ”

“ฤดูกาลนี้ ระหว่างการซ้อมก็มีบางครั้งที่ผมได้ยืนเป็นแบ็คซ้าย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ค่อยถูกใช้งานสำหรับเกมแข่งจริงหรอก และโดยส่วนตัวผมน่ะอะไรก็ได้นะ ขอแค่ให้ได้ลงไปเล่นอยู่ในสนามก็พอแล้ว

Posted on

ลอฟเรน สุดมั่น ลูกากู ตั้งใจย่ำใส่หน้าคาพื้นสนามเกมแดงเดือด

เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังของทีม ลิเวอร์พูล ออกมาพูดถึงจังหวะที่ถูก โรเมลู ลูกากู ย่ำใส่หน้าจนดิ้นคาพื้นสนาม ซึ่งเจ้าตัวชี้ว่ายังไงก็เป็นความตั้งใจทำร้ายคู่ต่อสู้ของกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแน่นอน

“ผมก็พยายามเข้าแท็คเกิลตามปกตินั่นแหละ และก็เห็นว่า ลูกากู ยืนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถหลบเลี่ยงได้ แต่ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ เขาตั้งใจทำร้ายชัดเจน” ลอฟเรน กล่าว

“หรือหากผมเข้าใจผิดไปเอง ลูกากู ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุจริง อย่างน้อยที่สุดหลังเกิดเหตุการณ์นั้นต้องได้ยินคำว่า ขอโทษ จากปากชายคนนี้”

“โอเค มันคือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในสนามแข่ง ซึ่งเกมจบไปแล้วไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก ฉะนั้นต่อจากนี้ก็เป็นเรื่องที่ทาง FA จะต้องพิจารณาให้ถูกควร”

“ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรได้อีก และก็พูดไม่ได้ด้วยว่าผิดหวังหรือไม่ แค่ต้องเดินหน้าต่อไป นี่แหละฟุตบอล”

Posted on

ขาดเธอเหมือนขาดใจ ! 8 เกมที่ มาเน อดลงเล่นให้ หงส์ หลังเจ็บแฮมสตริง

สำหรับเด็กหงส์และคอลูกหนังทั้งโลกน่าจะทราบกันไปแล้วว่า ซาดิโอ มาเน ปีกคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ได้รับบาดเจ็บจากเกมช่วยทีมชาติเซเนกัล ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกเมื่อคืนก่อน

และหลังจากที่ทีมแพทย์ทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้ว สโมสร ลิเวอร์พูล ก็ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์สโมสรว่า มาเน ต้องพักยาวถึง 6 สัปดาห์ เพราะมีปัญหาที่บริเวณกล้ามเนื้อแฮมสตริง (กล้ามเนื้อโคนขาด้านหลัง)

โดยสิ่งที่ทำให้ เดอะ ค็อป อยากจะร้องไห้เอาเท้าก่ายหน้าผากมากที่สุดก็คงเพราะว่า วันเสาร์นี้ พวกเขาต้องทำศึกกับคู่อริที่จะแพ้ให้ไม่ได้อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนหลายคนถึงกับสบถออกมา “จะเจ็บหลังจากนี้อีกแค่ 3-4 วันก็ไม่ได้ !!”

อย่างไรก็ตาม นอกจากศึกนัดแดงเดือดแล้ว ยังมีอีก 7 เกมที่พวกเขาต้องเข้าเผชิญหน้ากับคู่แข่งโหด ๆ รออยู่ จะมีใครบ้าง ไหนไปชม !

8 เกมที่ ลิเวอร์พูล ต้องสู้โดยไม่มี มาเน

14 ตุลาคม : ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

17 ตุลาคม : มาริบอร์ vs ลิเวอร์พูล

22 ตุลาคม : สเปอร์ส vs ลิเวอร์พูล

28 ตุลาคม : ลิเวอร์พูล vs ฮัดเดอร์สฟิลด์

1 พฤศจิกายน : ลิเวอร์พูล vs มาริบอร์

4 พฤศจิกายน : เวสต์แฮม vs ลิเวอร์พูล

18 พฤศจิกายน : ลิเวอร์พูล vs เซาธ์แฮมป์ตัน

21 พฤศจิกายน : เซบีญา vs ลิเวอร์พูล

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com